ดูหนังออนไลน์ The Vanishing at the Cecil Hotel คดีการตายของหญิงสาวอันโด่งดังทั่วโลก

The Vanishing at the Cecil Hotel ซึ่งเป็นซีรี่ย์หนังที่เป็นสารคดี ที่ได้หยิบเอาคดีอาชญากรรมอันโด่งดังที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แล้วนำมาขยายความสืบหาความจริง ว่าตกลงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่กับปริศนาการตายของหญิงสาว ที่เกิดขึ้นที่โแรงแรมแห่งนี้ เธอถูกคำสาป เจอสิ่งลี้ลับ หรือถูกฆาตรกรรม หรือเธอฆ่าตัวตาย

หนังสารคดีกับที่มาของหนังเรื่องนี้

หนังสารคดี เรื่องนี้ ได้นำคดีอันโด่งดังของ เอลิซา แลม นักศึกษาจากแคนาดา ที่ได้มาเที่ยว LA เธอได้เข้าพักที่โรงแรม Cecil ก่อนจะหายตัวไปอย่างลึกลับ ซึ่งทางตำรวจพยายามสืบหาความจริง แต่ก็ไม่พบเงื่อนงำ จึงตัดสินใจเปิดเผยคลิปวิดีโอความยาวกว่า 4 นาที ที่บันทึกจากกล้องวงจรปิด ซึ่งอยู่ในลิฟต์ ซึ่งเก็บภาพสุดท้ายของเธอ ด้วยมุ่งหวังว่า เผื่อจะมีผู้อื่นที่ได้เห็นคลิปได้แจ้งเบาะแสเพิ่มเติม

คลิปที่ปล่อยออกมา กลายเป็นคลิปไวรัล ที่ถูกพูดถึงกันอย่างมากบนโลกออนไลน์ เนื่องจากพฤติกรรมแปลกๆ ของเธอ ที่มีอาการ และท่าทาง ที่เหมือนว่าเธอกำลังจะวิ่งหนีจากสิ่งที่น่ากลัว สักอย่าง และเธอก็พยายามที่จะกดลิฟไปหลายๆชั้น มีท่าทางหวาดผวา เหมือนว่าเธอกำลังสนทนากับใครบางคนที่อยู่นอกลิฟ ลิฟไม่ได้มีการเปิดปิดแต่อย่างใดเลย แล้วเธอก็ได้หายไปจากกล้อง แล้วลิฟก็เริ่มเคลื่อนที่ตามปกติ

และในที่สุด ผู้ที่อาศัยอยู่ในโรงแรม ได้แจ้งปัญหาน้ำไหลเอื่อย สีและกลิ่นของน้ำที่เปลี่ยนไป ทำให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ และพบศพของเธออยู่ในสภาพที่เปลือยกาย ในถังน้ำชั้นบนของโรงแรม  กับปริศนาการเสียชีวิตของเธอ

รีวิวหนัง

ในตอนแรกของหนังซีรี่ย์ ได้เปิดตัว Cecil Hotel ว่าเป็นหนึ่งในโรงแรมของลอสแอนเจลิสที่มีประวัติน่าสนใจ แน่นอนที่ที่สุด โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมที่มีการเกิดอาชญากรรม การฆ่าตัวตาย และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ ฆาตกรจำนวนมากมายหลายคดี

หลังจากนั้นก็เริ่มเล่าเรื่องราวของ เอลิซา แลม เธอเป็นหญิงสาวสัญชาติจีน ที่ได้มาอาศัยอยู่ในแคนาดา เธอชอบการเล่น Social Media และมักจะโพส ความรู้สึกของเธอที่มีอยู่ในขณะนั้นเสมอๆ ตอนนี้เธอเป็นนักศึกษา ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และมีความฝันอยากท่องเที่ยวในดินแดนทางใต้ จึงเลือกที่จะมา ลอสแอนเจอริส และพักคนเดียวในโรแรม  Cecil Hotel

จากนั้นไม่นาน เธอได้หายตัวไปอย่างไร้ร่อยรอย ทำให้นักสืบกว่าร้อยนาย ได้เข้ามาหาสอบสวน และหาหลักฐาน ที่โรงแรมแห่งนี้ เปิดค้นทุกห้องในโรงแรมแห่งนี้ แต่ก็ไม่พบร่องรอยของเธอ

มีนักสืบ 2 นายได้สืบจากกล้องวงจรปิดของโรงแรม และพบภาพสุดท้ายที่เธอติดอยู่ในลิฟท์ของโรงแรม แต่อากับกริยาของเธอ มีอาการหวาดกลัว หวาดผวา ลุกลี้ลุกลน เธอได้ยื่นหน้าออกไปมองภายนอกลิฟท์ เหมือนดูดจากับใครบางคน เธอทำท่าทางประหลาด มือแกว่งไปมา แล้วก็กลับเข้ามาในลิฟท์ กดลิฟท์แทบทุกชั้น แล้วเธอก็เดินออกไปทางซ้ายมือของลิฟต์อีกครั้ง แล้วเธอก็หายไป คลิปวีดีโอมีความยาวเกือบ 4 นาที นี่คือเบาะแสเดียวที่มี

ทางตำรวจจึงตัดสินใจให้เผยแพร่คลิปวีดีโอนี้ ให้กับประชาชนและสื่อมวลชน ได้ช่วยกันตามหาเบาะแสเพิ่มเติม คลิปวีดีโอได้ถูกเผยแพร่ สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวนี้อย่างจริงจัง เป็นที่น่าจับตามองในโลกออนไลน์

สาระคดีก็ได้เริ่มเล่าเรื่องราวของโรงแรม Cecil Hotel ซึ่งโรงแรมแห่งนี้ ซึ่งโรงแรมถูกสร้างในปี 1924 เป็นยุคที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเมืองลอสแอนเจลิส มีความเติบโตอย่างมาก เมืองขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว โรงแรมอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ เป็นอาคารสูง 15 ชั้น และมี 3 ตึกเรียงติดกัน มีห้องพักมากถึง 700 ห้อง ถือเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ในสมัยนั้น แต่เป็นโรงแรมระดับกลางสำหรับทุกคน

โรงแรมเปิดให้เช่าอยู่เป็นรายวัน อยู่เป็นรายเดือน หรืออยู่เป็นแบบประจำก็ได้ อัตราค่าเช่าถูกมาก แต่เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ก็ทำให้โรงแรมนี้ต้องปรับตัว รับผู้อยู่ประจำเป็นจำนวนมาก และผู้อยู่ประจำบางคนก็มีประวัติอาชญากรรมติดตัว บางคนก็อยากจะซ่อนตัวจากโลกภายนอกก็มาอาศัยอยู่ในโรงแรมแห่งนี้ และนี่เองทำให้โรงแรมแห่งนี้เกิดเหตุฆาตรกรรมบ่อยครั้ง รวมไปถึงการฆ่าตัวตาย

ทำเลที่ตั้งของโรงแรม อยู่ใกล้กับ ถิ่นที่อยู่ของผู้คนไร้บ้านที่เรียกกันว่า “สคิด โรว์” (Skid Row) แน่นอนว่าถิ่นย่านนี้จึงไม่มีความปลอดภัย หรือไม่ได้เป็นเมืองในฝันของนักท่องเที่ยวอย่างที่ใครหลายคน

ในช่วงที่เกิดคดี การหายตัวไปของ เอลิซา แลม มีการนำเสนอ การพูดให้สัมภาษณ์ต่อสื่อ รวมถึงการให้สัมภาษณ์ของผู้จัดการโรงแรม  พนักงานซ่อมบำรุง สายสืบและตำรวจที่ทำคดี เหล่าบรรดายูทูปเบอร์ ต่างคนต่างมุมมอง ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ จนเวลาผ่านไปหลายวัน ตำรวจและนักสืบก็ลดจำนวนผู้ทำคดีนี้ลงไป หรือเพียงนักสืบแค่ 4 คนเท่านั้น

ผู้ที่อาศัยอยู่ในโรงแรม เริ่มสังเกตว่าน้ำที่ไหลออกจากก๊อกน้ำที่พวกเขาใช้ มีสี และกลิ่นที่เปลียนไป รวมถึงรสชาติก็เปลี่ยนไปด้วย ทำให้ผู้พักอาศัยร้องเรียนกับทางโรงแรม ให้ขึ้นไปตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบน้ำของโรงแรม พนักงานซ่อมบำรุง จึงทำหน้าที่ตรวจตราระบบระบายน้ำ แล้วเดินขึ้นไปที่ดาดฟ้าของโรงแรม

และที่บนดาดฟ้า เราจะได้เห็นว่ามีถังเก็บน้ำทรงกระบอก อยู่ 4 ถัง ช่างซ่อมบำรุงได้เปิดฝาถังที่มีน้ำหนักราว 20 ปอนด์ขึ้นแล้วก้มหน้าลงไปดูเค้าก็ตกใจ เพราะเห็นร่างของ เอลิซา แลม หญิงสาวที่คนทั้งเมืองต่างพากันค้นหา ที่หายตัวไปก่อนหน้านี้ 19 วัน นอนตายอยู่ในถังน้ำนั้น ในสภาพเปลือยกาย เริ่มเน่าเปื่อย เสื้อผ้าของเธออยู่ที่ก้นถัง

เจ้าหน้าที่นับร้อย ได้ขึ้นมาบนดาดฟ้าของโรงแรม จากนั้นก็นำร่างของเธอออกมา โดยการปล่อยน้ำและเจาะช่องออกด้านข้าง แล้วนำไปตรวจสอบ ตามหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ กับข้อสงสัยมากมาย ว่าเธอถูกฆาตรกรรม หรือเธอฆ่าตัวตาย

ข่าวการตายของเธอ ทำให้มีผู้เข้ามาพักโรงแรมแห่งนี้มากขึ้น เหล่าบรรดายูทูปเบอร์ ต่างก็เข้ามาพักและถ่ายทำวีดีโอเพื่อนำไปลงช่องของตัวเองจำนวนมาก ไปถ่ายทำภายในห้องของ เอลิซา แลม เดินไปดูตามทางเดินต่าง ๆ จนเลยเถิดเดินขึ้นไปดูบนดาดฟ้าของโรงแรม ไปดูถังน้ำที่พบร่างของเธอ แล้วตั้งสันนิษฐานว่าเธอขึ้นมาบนนี้ได้อย่างไร และเกิดทฤาฎีสมคบคิดมากมาย (ดูในหนังนะ)

ในที่สุด หลังจากการชันสูตรศพ และผลทางพิษวิทยาออกมาก็พบว่า ร่างกายของ เอลิซา แลม ไม่ได้ถูกทำร้ายหรือถูกข่มขืนใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่พบหลักฐานแวดล้อม ของการฆาตกรรม ไม่มีสารพิษที่เป็นยาเสพติดของร่างกาย แต่ทางทีมชันสูตรพบว่าเธอนั้น ไม่ได้กินยา ระงับอาการไบโพล่า หรืออาการซึมเศร้าของเธอตามกำหนด

แท้จริงแล้ว เอลิซา แลม เสียชีวิตจากการจมน้ำโดยอุบัติเหตุ อันเป็นผลมาจากอาการทางไบโพล่าของเธอ กล่าวคือเธอมีอาการซึมเศร้าอย่างรุนแรง และไม่ยอดกินยา เธอจึงเห็นภาพหลอน ว่าน่าจะมีคนมาทำร้ายเธอ เธอหนีขึ้นลิฟท์ มีอาการตื่นตระหนกจากความกลัว คาดว่าเธอหนีขึ้นไปที่บนดาดฟ้า จากนั้นเธอก็หาที่ปลอดภัยที่สุดก็คือในแทงค์น้ำ เธอลงไปในแท้งค์น้ำนั้น

เข้าใจว่าน้ำน่าจะลดลงเรื่อยๆอันเกิดจากการใช้น้ำของผู้คนในโรงแรม เธอได้แต่ว่ายน้ำพยุงตัวอยู่อย่างนั้น แล้วเมื่อเธอแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน จนทำให้เกิดอาการ ผิดปกติในร่างกายเธอ เธอจำเป็นต้องถอดเสื้อผ้าออก แล้วเมื่อตอนอยู่ในนั้นได้สักพักเธอก็เสียชีวิตจากการจมน้ำอันเป็นอุบัติเหตุนั่นเอง

สปอยหนัง

Crime Scene: The Vanishing At The Cecil Hotel เป็นการเล่าเรื่องของการหายตัวไปของเอลิซา แลม และนำเสนอเรื่องราวความลึกลับของโรงแรม Cecil Hotel ประกอบกับหนัง เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับหนัง เราพอจะเห็นได้ว่า ผู้สร้างหนัง ได้สื่อให้เราได้เข้าใจถึง ความรู้สึกของผู้คนในสังคมในโลกออนไลน์ โซเชียลมีเดีย ที่มีต่อเรื่องราวของเอลิซา แลม

การทำตัวเป็นนักสืบ พยายามสืบหาความจริงของคดี โดยใช้ข้อมูลจากโลกอินเตอร์เน็ต และสร้างทฤษฎีสมคบคิดมากมาย ซึ่งแน่นอนก็จะไปกระทบกับบุคคลอื่น ที่ถูกสงสัยว่าเป็นฆาตรกร ซึ่งทำให้บุคคลเหล่านั้นต้องสูญเสียการทำงาน ชีวิตส่วนตัวรวม ถึงสภาพจิตใจ เพราะคนเหล่านั้นในโลกออนไลน์ ได้ตีตราว่าเขาเป็นฆาตรกร ไปซะแล้ว หรือในบ้านเราที่เรียกว่า ทัวร์ลง นั่นเอง

เรื่องนี้ ก็สะท้อนให้เห็นอีกมุม ของผู้เสพข่าว บนโลกออนไลน์ ต้องฟังหู ไว้หู และรอผลการพิสูจน์ทางการแพทย์ และการสืบคดีของทางตำรวจ มากกว่า ฟังการวิเคราะห์จากคนบนโลกออนไลน์ เพียงอย่างเดียว และหากจะคิดอีกแง่มุม การนำเสนอข่าวทุกคนก็ต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช่แค่คิดเอง และคาดการณ์เอง มากมาย และทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน คงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง

การนำเสนอเรื่องราวของหนังเรื่องนี้ ทำออกมาได้น่าสนใจ และทำให้เราดูได้จนจบ และเฉลยความจริงในตอนจบ แม้จะเป็นหนังสารคดี แต่นำเสนอออกมาน่าสนใจมากๆ และทำให้เราได้คิดตามไปด้วยว่า จะใช่อย่างนั้นมั้ย หรือว่าน่าจะเป็นอย่างนี้ แต่อย่างที่บอก ฟังหู ไว้หู จนกว่า ความจริงจะปรากฎ

สรุป

Crime Scene: The Vanishing At The Cecil Hotel  ถือได้ว่าเป็นหนังภาพยนตร์สารคดี ที่มีลีลาการนำเสนอ และการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ ตั้งแต่เรื่องราวของโรงแรม Cecil Hotel ซึ่งโรงแรมที่เก่าแก่ของเมืองลอสแอนเจลิส และที่แห่งนี้มักจะเกิดเหตุฆาตกรรม หรือการฆ่าตัวตาย ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากร หลายต่อหลายคดี เลยทีเดียว

ในหนังเรื่องนี้ ได้นำเสนอคดีที่โด่งดังมากที่สุดในโลกออนไลน์ก็ว่าได้ ในปี 2013 ในคดีการหายตัวไปของ เอลิซา แลม (Elisa Lam) ที่เต็มไปด้วยปริศนา และเชื่อมโยงกับทฤษฎีสมคบคิดมากมาย ซึ่งทาง Netflix เขาสามารถสร้างสรรค์ภาพยนตร์สารคดีชุด Crime Scene ได้อย่างน่าสนใจ เก็บรายละเอียดอย่างครบถ้วน และน่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้ง 4 ตอน